” โกรทฮอร์โมน ” ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ในยุคที่ความสูง กลายเป็นหนึ่งในเกณฑ์ด้านรูปลักษณ์ที่หลายคนให้ความสำคัญ Growth Hormone (GH) กลายเป็นคำฮิตติดหู

โดยเฉพาะในหมู่พ่อแม่ที่มีลูกตัวเล็กกว่าเกณฑ์ หรือแม้กระทั่งในกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่ต้องการเพิ่มความสูงหรือฟื้นฟูสภาพร่างกาย

อย่างไรก็ตาม การฉีด GH นั้นไม่ใช่ทางลัดที่ปลอดภัยหรือจำเป็นสำหรับทุกคน เพราะเป็นการรักษาที่ต้องมีการวินิจฉัยอย่างละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

     บทความนี้จะพาผู้อ่านทำความเข้าใจ ขั้นตอนการฉีด GH, ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง, และที่สำคัญที่สุดคือ ใครที่ควรได้รับการรักษาด้วย GH จริงๆ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด และลดความเสี่ยงในการใช้ฮอร์โมนอย่างไม่เหมาะสม

1. โกรทฮอร์โมน คืออะไร?

Growth Hormone: GH เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมใต้สมอง (pituitary gland) มีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะในเด็กและวัยรุ่น

ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการแบ่งเซลล์ สร้างโปรตีน และส่งเสริมการเจริญของกระดูกและกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ GH ยังมีหน้าที่ในการควบคุมการเผาผลาญพลังงาน น้ำตาล และไขมันในร่างกาย

หากร่างกายผลิต GH ไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้เกิดภาวะ “ขาด GH” หรือ Growth Hormone Deficiency (GHD) ซึ่งต้องได้รับการรักษาโดยการฉีด GH จากภายนอก

2. ใครบ้างที่ควรใช้ โกรทฮอร์โมน

2.1 เด็กที่มีภาวะขาด โกรทฮอร์โมน (GHD)

  • เด็กที่ตัวเล็กกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของอายุ

  • มีอัตราการเจริญเติบโตต่ำกว่าปกติ เช่น สูงขึ้นน้อยกว่า 4 ซม./ปี

  • ตรวจเลือดพบระดับ GH ต่ำ และมีผลจาก MRI สนับสนุนว่าอาจมีความผิดปกติของต่อมใต้สมอง

2.2 ผู้ใหญ่ที่ขาด GH

  • มักเป็นกลุ่มที่เคยมีโรคเกี่ยวกับต่อมใต้สมอง เช่น เนื้องอก หรือเคยผ่าตัด/ฉายรังสีบริเวณศีรษะ

  • มีอาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้อลีบ ความหนาแน่นของกระดูกลดลง และระบบเผาผลาญผิดปกติ

2.3 กลุ่มที่อาจพิจารณา GH ภายใต้การควบคุมของแพทย์

  • เด็กที่เกิดตัวเล็กกว่าเกณฑ์ (SGA: Small for Gestational Age) และไม่สามารถฟื้นตัวด้านความสูงได้

  • เด็กที่เป็นโรค Turner syndrome หรือโรคเรื้อรังบางชนิด เช่น โรคไตวายเรื้อรัง

หมายเหตุ: กลุ่มที่ไม่มีปัญหาทางการแพทย์ชัดเจนไม่ควรใช้ GH เพื่อเพิ่มความสูงโดยไม่มีเหตุจำเป็น เนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียงร้ายแรง

3. ขั้นตอนการฉีดโกรทฮอร์โมน

3.1 การวินิจฉัยเบื้องต้น

  • ประเมินอัตราการเจริญเติบโต และเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของช่วงอายุ

  • ตรวจร่างกาย, ซักประวัติการเจริญเติบโตของเด็กและครอบครัว

  • เจาะเลือดวัดระดับ GH และ IGF-1 (ตัวชี้วัดที่ใช้วัดผลของ GH)

  • ทำ MRI สมองเพื่อตรวจดูต่อมใต้สมอง

  • ทำ Bone age X-ray เพื่อตรวจดูอายุของกระดูก

3.2 การฉีดยา GH

  • เป็นยาฉีดใต้ผิวหนัง (subcutaneous injection)

  • ต้องฉีดเป็นประจำทุกวัน ส่วนใหญ่เป็นตอนกลางคืนเพื่อให้สอดคล้องกับการหลั่งตามธรรมชาติ

  • ผู้ป่วยหรือผู้ปกครองจะได้รับการสอนการฉีดยาด้วยตนเองจากพยาบาลหรือแพทย์

  • ควรติดตามผลทุก 3-6 เดือน โดยวัดความสูง น้ำหนัก และผลเลือด เพื่อปรับขนาดยา

4. ค่าใช้จ่ายในการฉีดโกรทฮอร์โมน

การฉีด GH เป็นกระบวนการที่มีค่าใช้จ่ายสูง เนื่องจากเป็นยานำเข้าและต้องใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี

รายการ ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ (พ.ศ. 2568)
ค่ายา GH 15,000 – 30,000 บาท/เดือน
ค่าตรวจร่างกายและวินิจฉัยเบื้องต้น 3,000 – 10,000 บาท
ค่าติดตามผลและวิเคราะห์เลือด (ทุก 3-6 เดือน) 2,000 – 5,000 บาท/ครั้ง
ค่าตรวจ MRI สมอง (ครั้งเดียว) 10,000 – 25,000 บาท

รวมโดยประมาณในปีแรก: 200,000 – 400,000 บาท
ค่ารักษาโดยรวมตลอดระยะเวลาหลายปีอาจสูงถึงหลักล้านบาท

หมายเหตุ:

  • ในบางกรณี ประกันสุขภาพ หรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง/ประกันสังคม) อาจครอบคลุมค่าใช้จ่ายบางส่วน หากได้รับการวินิจฉัยชัดเจนจากแพทย์เฉพาะทาง

5. ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง

ผลข้างเคียงที่อาจพบ:

  • ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ

  • บวมน้ำ หรืออาการบวมบริเวณที่ฉีด

  • ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ (อาจเพิ่มความเสี่ยงเบาหวานในระยะยาว)

  • ความดันในโพรงสมองเพิ่มขึ้น (หายาก)

  • การโตของอวัยวะภายในผิดปกติ หากใช้เกินขนาด

ข้อควรระวัง:

  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยมะเร็ง หรือมีแนวโน้มเป็นมะเร็ง

  • ต้องอยู่ภายใต้การดูแลจากแพทย์เท่านั้น ห้ามซื้อยาฉีด GH จากแหล่งที่ไม่ชัดเจน

6. การเตรียมตัวก่อนเริ่มฉีด GH

  • ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อ (Pediatric Endocrinologist หรือ Endocrinologist)

  • หาข้อมูลจากโรงพยาบาลหรือคลินิกที่น่าเชื่อถือ

  • พูดคุยกับผู้ปกครอง/เด็กอย่างชัดเจนถึงเป้าหมาย ผลดี และความเสี่ยง

  • ตรวจสอบสิทธิประกันสุขภาพที่มี ว่าครอบคลุมหรือไม่

7. ข้อเท็จจริงที่หลายคนเข้าใจผิด

ความเชื่อผิด ข้อเท็จจริง
ฉีด GH แล้วจะสูงแน่นอน ได้ผลเฉพาะในผู้ที่มีภาวะขาด GH และกระดูกยังไม่ปิดการเจริญเติบโต
ผู้ใหญ่ฉีด GH แล้วจะสูงขึ้น ไม่จริง เพราะกระดูกยาวปิดแล้ว เพิ่มสูงไม่ได้อีก
GH เป็นยาวิเศษเพิ่มพลัง/ผิวสวย แม้มีผลทางอ้อมบางอย่าง แต่มีความเสี่ยงสูงหากใช้โดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
เด็กเตี้ยทุกคนต้องฉีด GH ไม่จำเป็น เด็กบางคนเตี้ยเพราะพันธุกรรมหรือเจริญเติบโตช้าเฉยๆ และโตทันเมื่อถึงช่วงวัยรุ่น

โกรทฮอร์โมนไม่ใช่คำตอบของทุกคน

โกรทฮอร์โมน เป็นหนึ่งในวิธีรักษาที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่มีภาวะขาด GH อย่างแท้จริง

โดยช่วยให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการรักษาที่ต้องใช้ต้นทุนสูง และมีความเสี่ยงหากใช้อย่างไม่ถูกต้อง

ก่อนตัดสินใจฉีด GH ทุกครั้ง ควรผ่านการวินิจฉัยอย่างละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และติดตามผลอย่างใกล้ชิดตลอดการรักษา

อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อบนโลกออนไลน์ที่อวดอ้างผลลัพธ์โดยไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ

เพราะการรักษาที่ดีที่สุด เริ่มต้นจาก “ความเข้าใจที่ถูกต้อง” และการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่แท้จริง

 

สมัครสมาชิก DW368           รายละเอียดโบนัส

 

รูปNa